top of page

เคลือบไม้ยังไงให้ทนฝน?

  • 6 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
เคลือบไม้ยังไงให้ทนฝน?

เคลือบไม้ยังไงให้ทนฝน?🌲 คู่มือฉบับละเอียด ตั้งแต่เตรียมไม้จนใช้งานจริง


ไม้เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมากในงาน Outdoor ไม่ว่าจะเป็นระเบียง ศาลา ระแนง หรือเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง ด้วยลายไม้ที่สวย น้ำหนักเบา และทำงานง่าย

แต่ข้อจำกัดสำคัญของไม้สนคือ “ความไวต่อความชื้น”


หากเคลือบไม่ถูกวิธี

👉 ไม้จะดูดน้ำ

👉 บวม โก่ง แตก

👉 หรือเกิดเชื้อราและคราบดำในเวลาไม่นาน


บทความนี้จะพาคุณไปดู วิธีเคลือบไม้สนให้ทนฝนแบบมืออาชีพ พร้อมเหตุผลในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้งานไม้ของคุณใช้งานได้ยาวนานจริง


การเตรียมผิวไม้

1. การเตรียมผิวไม้ (Surface Preparation)


ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด และมักถูกมองข้าม


ก่อนจะพูดถึงน้ำยาเคลือบ สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ

“น้ำยาจะยึดเกาะได้ดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับผิวไม้ 70–80%”


1.1 ตรวจสอบความชื้นของไม้


ไม้ที่เหมาะสำหรับการเคลือบ ควรมีความชื้นประมาณ 10–15%


✔ หากไม้ยังใหม่ หรือเพิ่งผ่านการเก็บในที่ชื้น ควรผึ่งในที่อากาศถ่ายเท 3–7 วัน

✔ หลีกเลี่ยงการวางไม้บนพื้นดินโดยตรง

✔ หรือซื้อไม้สนจากเราไปใช้ได้เลย เพราะเราอบแห้งด้วยเตาอบควบคุมอุณหภูมิมาให้แล้ว

ไม้แห้ง ใช้งานง่าย ตรงตามมาตรฐานสากาล


❗ หากเคลือบบนไม้ที่ยังชื้น

น้ำยาจะไม่ซึม และจะเกิดการ “ดันตัว” หลุดลอกในภายหลัง


1.2 การขัดผิวไม้ (Sanding)


การขัดไม้ไม่ได้มีไว้เพื่อความเรียบอย่างเดียว

แต่ช่วย “เปิดรูเสี้ยนไม้” ให้น้ำยาซึมได้ดีขึ้น


ขั้นตอนที่แนะนำ


เริ่มจากกระดาษทรายเบอร์ 150–180 (ลบรอยหยาบ)

ตามด้วยเบอร์ 220–240 (เก็บผิวให้เนียน)


✔ ขัดตามแนวเสี้ยนไม้เสมอ

✔ หลีกเลี่ยงการขัดวน เพราะจะทำให้เกิดรอยขนแมว


1.3 การทำความสะอาดผิว


หลังขัดเสร็จ ต้องกำจัดฝุ่นให้หมด


วิธีที่แนะนำ:


✔ ใช้ลมเป่าหรือแปรงปัดฝุ่น

✔ เช็ดด้วยผ้าแห้ง

✔ หรือผ้าชุบน้ำหมาด (แล้วต้องรอให้แห้งสนิทก่อนทา)


❗ ฝุ่นที่เหลืออยู่ = ตัวขัดขวางการยึดเกาะของน้ำยา


การลงน้ำยารองพื้น

2. การลงน้ำยารองพื้น (Wood Preservative)


เกราะชั้นแรกที่ช่วยยืดอายุไม้


น้ำยารองพื้นมีหน้าที่สำคัญมาก โดยเฉพาะงาน Outdoor


2.1 คุณสมบัติที่ควรมี


✔ ป้องกันเชื้อรา

✔ ป้องกันปลวกและแมลง

✔ ลดการดูดซึมน้ำของไม้


2.2 วิธีการทา


ใช้แปรงหรือลูกกลิ้ง ทาให้ “ชุ่มแต่ไม่เยิ้ม”

เน้นเป็นพิเศษที่:

✔ หัวไม้ (End grain)

✔ รอยตัด

✔ รอยต่อ


❗หัวไม้สามารถดูดน้ำได้มากกว่าหน้าไม้ถึงหลายเท่า

ถ้าไม่เคลือบจุดนี้ = จุดเริ่มต้นของการผุ


2.3 ระยะเวลาแห้ง


✔ ปกติใช้เวลา 6–24 ชั่วโมง

✔ ควรทิ้งไว้ให้แห้งสนิทก่อนลงชั้นถัดไป


การเลือกน้ำยาเคลือบไม้

3. การเลือกน้ำยาเคลือบไม้ (Topcoat Selection)


เลือกผิด = งานพังทั้งระบบ


น้ำยาเคลือบไม้ภายนอกมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละแบบเหมาะกับงานต่างกัน


3.1 Wood Stain (สูตรน้ำมัน)


ตัวเลือกที่แนะนำที่สุดสำหรับไม้สน Outdoor


จุดเด่น:

✔ ซึมลึกเข้าเนื้อไม้

✔ ไม่สร้างฟิล์มหนาบนผิว

✔ ไม่ลอก ไม่แตก

✔ บำรุงรักษาง่าย


เหมาะกับ:

✔ ระเบียงไม้

✔ ศาลา

✔ ระแนง

✔ งานที่โดนแดดและฝนโดยตรง


3.2 Exterior Wood Oil


เน้นลุคธรรมชาติ โชว์ลายไม้ชัด


จุดเด่น:

✔ ให้ผิวสัมผัสธรรมชาติ

✔ กันน้ำได้ดีในระดับหนึ่ง

✔ ซ่อมแซมง่าย (ทาทับได้เลย)


ข้อจำกัด:

✔ ต้องบำรุงรักษาบ่อย (ทุก 6–12 เดือน)


เทคนิคการลงน้ำยา

4. เทคนิคการลงน้ำยา (Application Technique)


รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ส่งผลใหญ่


จำนวนรอบ

✔ ควรทาอย่างน้อย 2–3 รอบ

✔ งานหนัก เช่น ระเบียง แนะนำ 3 รอบขึ้นไป


วิธีการทา

✔ ทาตามแนวเสี้ยนไม้

✔ ใช้แปรงคุณภาพดี ลดรอยเส้น

✔ ทา “บางและสม่ำเสมอ” ดีกว่าทาหนา


ระยะเวลาแต่ละรอบ

✔ ทิ้งให้แห้ง 4–8 ชั่วโมง (หรือดูตามสเปก)

✔ ห้ามทาทับขณะยังไม่แห้ง


การขัดระหว่างรอบ

✔ ใช้กระดาษทรายเบอร์ 320 เบา ๆ

✔ ช่วยให้ผิวเรียบและยึดเกาะดีขึ้น


จุดสำคัญที่ห้ามมองข้าม

5. จุดสำคัญที่ห้ามมองข้าม


หัวไม้ (End Grain)

✔ ดูดน้ำมากที่สุด

✔ ควรทาซ้ำ 2–3 รอบเฉพาะจุด


ใต้แผ่นไม้

✔ มักถูกละเลย

✔ แต่เป็นจุดสะสมความชื้น


รอยต่อ / รอยเจาะ

✔ น้ำสามารถซึมเข้าได้ง่าย

✔ ควรเคลือบก่อนประกอบ หรือเก็บงานให้ดีหลังติดตั้ง


สนใจไม้เกรดคุณภาพเพื่อทำงานไม้ ทักหาเรา SAK WoodWorks ได้เลยครับ

เรามีทั้ง ไม้สน ไม้สัก และไม้ไผ่อัดประสาน ตอบโจทย์ทุกงานไม้ ที่ @sakww หรือ https://lin.ee/AN6wXZY


bottom of page